ว่าด้วยเรื่องวรรณกรรมและผีดิบ

ช่วงนี้จะเห็นว่าสนพ.ชื่อดังจะเอาหนังสือเก่า ๆ หรือวรรณกรรมเก่า ๆ มาพิมพ์ใหม่ ทั้งกลิ่นสีและกาวแป้ง, วรรณกรรมคลาสสิกฝรั่ง เราเองเพิ่งอ่านชุดวรรณกรรมคลาสสิคจบไป 3 เล่ม เรียงตามลำดับการหยิบมาอ่านคือ The Phantom of the Opera (ประพันธ์โดย Gaston Leroux แปลโดยปัทมา อินทรรักขา), Frankenstein (Marry Shelly แปลโดยนาลันทา คุปต์) และสุดท้าย Dracula (Bram Stoker แปลโดย อ.สายสุวรรณ) อ่านจบแล้ว เรียงลำดับความชอบจากมากที่สุดไปน้อยที่สุดโดยพิจารณาจากเนื้อหาต้นฉบับ อรรถรส ความตื่นเต้นสนุกสนาน และการแปล…Dracula มาเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วย Phantom แล้วจบด้วย Frankenstein
 
ฉันมีหนังสือสำนวนการแปลของอ.สายสุวรรณ (อัมพร สายสุวรรณ ผู้ชายนะจ๊ะ) อยู่หลายเล่ม ทั้งเชอร์ล็อคโฮล์มสครบชุด,เทวดาฝรั่ง และแดรกคิวลา จอมผีดิบ ฉันเคยอ่านเวอร์ชั่นคนอื่นแปล เพิ่งได้อ่านของอ.สายสุวรรณก็ครั้งนี้เอง หนังสือความหนาหนึ่งนิ้วครึ่งฉันอ่านจบภายในไม่ถึงสองวัน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมวรรณกรรมเรื่องนี้ถึงอยู่ยงคงกระพันมาตั้งแต่อีตา Bram Stoker แกได้ประพันธ์ไว้ตั้งแต่ปีค.ศ. 1897 สิริรวมก็ 111 ปีเข้าไปแล้ว ส่วนอ.สายสุวรรณแปลไว้ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2510 นับได้ 41 ปี แสดงให้เห็นถึงความสามารถของทั้งผู้เขียนและผู้แปลที่ดึงเอาผู้อ่านเข้าไปอยู่ในเรื่องและติดหนึบกับตัวหนังสือ เกิดอาการขนลุกเกรียวกราว บางคราวถึงกับร้องวี้ดว้ายเอาใจช่วยตัวเอกกันเลยทีเดียว (ฉันเองน่ะแหละ) เห็นเค้าทำเรื่องแดรกคิวลา/แดร็กคูล่า/แดร็กคิวล่า กันโครม ๆ สร้างเป็นหนังไม่รู้กี่เวอร์ชั่น ถูกดัดแปลงลงสื่อทุกประเภทมาตั้งเท่าไหร่ แต่ฉันก็เฉย ๆ ไม่ได้อินอะไร…ตั้งแต่อ่านหนังสือมา ก็มีหัวเราะร่าน้ำตารินอินกับหนังสือบ้าง แต่นับว่าน้อยมากที่หนังสือเล่มไหนจะทำให้ฉันขนลุกชันขึ้นมาจริง ๆ (เรียงเป็นเส้น ๆ กันเห็น ๆ แปลกใจตัวเองอยู่ครามครัน) เท่าที่จำได้ก็มีแต่ The Ring ของซุสุกิ โคจิ และ Dracula เล่มนี้เท่านั้น
 
บางคนเขาก็ไม่ชอบสำนวนการแปลของอ.สายสุวรรณเพราะอ่านแล้วง่วง เนื่องจากใช้คำบุร่ำบุราณ บทสนทนาดู "วรรณกรรม" จ๋าที่คนปกติเขาไม่พูดกัน แต่ฉันกลับอ่านแล้วลื่นไหลดีแฮะ แถมรู้สึกเข้ากับเรื่องอีกตะหาก แหม ก็เรื่องราวมันร้อยกว่าปี จะมาเย้ว ๆ ศัพท์แสลงวัยรุ่นสมัยนี้ก็ใช่ที่ แล้วแกก็แปลมาตั้งสี่สิบปี สมัยก่อนไม่มีอินเทอร์เน็ตปรู๊ดปร๊าดนะยะ reference books ก็มีจำกัดจำเขี่ย สงสัยว่าแปลด้วยการเขียนลายมืออยู่รึเปล่า หรือจะเป็นเครื่องพิมพ์ดีด…สมัยนี้ยังอ่านเพลินได้อยู่ ก็คิดดูละกันว่าแกเซียนขนาดไหน  
 
ยังมีหนังสือเกี่ยวกับแวมไพร์อีกเล่มหนาเกือบสองนิ้ว ที่ฉันอ่านจบไปแล้ว เรื่อง The Historian ของเอลิซาเบท คอสโตวา ที่เขาว่ามีเค้าโครงจากเรื่องจริงทางประวัติศาสตร์ กำลังสร้างเป็นหนังเสียด้วยสิ แต่ครึ่งเล่มแรกก็สนุกสนานอยู่ ไป ๆ หลัง ๆ เริ่มน่าเบื่อ เริ่มออกแนวหนังสือประวัติศาสตร์ ถึงอย่างนั้นก็หามาอ่าน ไม่เสียหลาย จะได้ครบเครื่องเรื่องแวมไพร์
 
จะว่าไปมนต์สะกดของแดร็กคูล่ายังไม่คลายไปจากโลกนี้แฮะ มีการมองมุมใหม่อยู่ตลอดมา สงสัยอยู่เหมือนกันว่า ถ้าแดร็กคิวล่ามีตัวตนจริง ๆ จะใช้ชีวิตในปัจจุบันยังไง คงสบายบรื๋อ เดินทางไปไหนก็ง่าย ไม่ต้องล่องเรือขนหีบใส่ตัวเองและลูกสมุนอีกต่อไป…จะกัดคอใครรึก็ง่ายดาย ไปตามผับบาร์ คนก็ "ดูด" คอกันให้ควั่กอยู่แล้ว เลือดจะไหลรึ ก็ปกติ เพราะในนั้นก็มืดตื๋อ ผู้คนก็ไม่สนใจใยดีอะไรใคร ผู้หญิงก็ยินยอมสะดวกโยธินกว่าสมัยก่อนแยะ…ถ้าจะสร้างพลังอำนาจรึ ไปเจรจาต๊าอ่วยกับพรรคการเมือง หรือประเทศมหาอำนาจสิ ขี้คร้านจะร่ำรวยเงินทอง อำนาจ บรรดาศักดิ์และหาเหยื่อง่ายกว่าพลิกฝ่ามือ แดร็กคูล่าจะกลายเป็นกองทัพแห่งโลกใหม่ของมหาอำนาจ ส่งไปสู้รบยังประเทศคู่อริ รบกับใครก็ชนะ…อาจมีการเอาเลือดแวมไพร์ไปผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ไปพัฒนาให้แวมไพร์มิต้องกลัวแสงแดดอีกต่อไปแถมทนทานต่อกระเทียม ไม่ต้องโคลนนิ่งให้เมื่อยตุ้ม ดูดสามจ๊วบก็กลายเป็นพวกเรียบร้อย หรือจะเอาไปทำเชื้อโรค/วัคซีนฉีดกองทหารให้ทนทายาด เอาไปดัดแปลง DNA ผสมกับซอมบี้….รึอาจจะไขว่คว้าความยิ่งใหญ่ไปกว่านั้น ด้วยการสถาปนารัฐแวมไพร์ขึ้นเองเลย แล้วก็เกิดปฏิบัติการครองโลก…โลกมนุษย์อัปรีย์ แวมไพร์กลายเป็นได้ mutual benefit กับนักการเมือง…เอ แต่จะว่าไปไอ้นักการเมืองมันก็เชื้อชั่ว ฆ่าไม่ตาย หน้าด้าน หนังหนาอยู่แล้วนี่นา หรือว่าจะได้กับแวมไพร์ไปเสียแล้วหว่า…
 
พูดเรื่องแวมไพร์ตบท้ายด้วยนักการเมือง 555 เอ้า ลองไปหาอ่านกันดูละกัน วรรณกรรมจะได้ตกทอดสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน ได้ส่วนแบ่งการตลาดจาก "วรรณกาม" บ้าง

ปล.ตอนนี้มีหนังสือเรื่อง The Phantom of Manhattan ปีศาจแห่งแมนแฮตตัน ออกมาใหม่ เป็นภาคต่อของ Phantom of the Opera เขียนโดย Frederick Forsyth แปลโดย เชาวน สมจิตต์ สนพ.Siam Inter ขายเล่มละ 200 บาท อ่านแล้วก็หนุกดี กลายเป็นนิยาย suspense กลาย ๆ ลองหาอ่านดู
This entry was posted in Books. Bookmark the permalink.

3 Responses to ว่าด้วยเรื่องวรรณกรรมและผีดิบ

  1. Pepe says:

    if you like vampires and all that stuff, you should see the movie "Blade" it\’s pretty good, i don\’t know if guys get those movies translated or you have subtittles, but it\’s worth watching it

  2. เหมือนเจี๊ยบ says:

    เอ่อ Blade เป็นแวมไพร์ก็จริง แต่มัน..
    คนละอารมณ์กะที่แกเล่ามาข้างต้นเลยนะเฟ้ย
    (อ่ะละไปแขวะเขาทำไม ฮ่า ๆ ๆ)
     
    ของรออ่านเยอะเลยนะเนี่ย (-_-\’)\\

  3. Anchalee says:

    ฉันก็ว่างั้นล่ะ ก็เขาคงอ่านภาษาไทยไม่ออกนะแก
    แกอาจจะไม่ชอบสำนวนอ.เขาก็ได้นะ เพราะเก่าเชียวอิอิ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s