Design: Desire

เพิ่งได้หนังสือเล่มใหม่มา หนังสือเล่มนี้ชื่อ "100 สุดยอดดีไซน์ใกล้ตัว : Humble Masterpiece 100 Everyday Marvels of Design" เขียนโดยเปาลา อันโตเนลลี่  เนื่องจากเอ้ซื้อมาก่อน แล้วอยากซื้อมั่ง เพราะ 1. รูปสวย 2.ทำให้เราพยักหน้า "อ๋อ มันเป็นอย่างนี้เองเหรอ" "โอ้โห คิดได้ไงวะ เจ๋ง" 3.สร้างความคิดแง่บวกให้กับตัวเราเอง  
 
ที่ว่า Humble Masterpiece ก็เห็นด้วยอย่างแรง เพราะเป็น design ที่ไม่ต้อง "ตะโกน" บอกใคร ๆ ว่า "ฉันนี่แหละเก๋ มีดีไซน์" แต่มนุษย์โลก take it for granted คือใช้กันจนชิน เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว แต่ไม่ได้หยุดคิดกันว่า นี่แหละ ของแท้ simple แต่ useful และคนขาดไม่ได้
 
– ใครจะไปคิด ว่ามีดสวิสอันเล็ก ๆ ความยาว 4 นิ้ว หนานิ้วนึง (มั้ง) จะมีประโยชน์ใช้สอยได้ถึง 29 อย่าง
– พลาสติกกันกระแทก นอกจากกันกระแทก ยังมีคนมากมายเอามาบีบเล่นคลายเครียด
– Barcode นี่ก็เป็น Design คุณประโยชน์มหาศาล ถ้าไม่มี ก็นึกไม่ออกว่าจะจัดระเบียบ Retailing / Product เป็นล้าน ๆ ได้ยังไง
– เข็มกลัดซ่อนปลาย โอ้โห สุดยอดดีไซน์ เรียบง่าย ใช้กันทุกครัวเรือน
– ไม้ขีดไฟ เท่ห์สุดขีด แค่หัวแดง ๆ บนไม้หนึ่งก้าน ไม่รู้จะ humble ไปกว่านี้ยังไงแล้ว
– ลวดหนีบกระดาษ นี่ก็อีกอันที่ใช้กันจนไม่คิดว่ามันเป็นหนึ่งในดีไซน์ที่ยอดเยี่ยม
เก้าลอเก้า อีกมากมาย
 
หนังสือเล่มนี้มีประวัติคร่าว ๆ ของดีไซน์ เช่น ผู้คิดค้น ความเป็นมา ฯ  ที่ชอบคือ มุมในการถ่ายรูปดีไซน์นั้น ๆ ให้ออกมาเป็นอีก "มิติ" หนึ่ง และ insight ที่เกิดขึ้นจากการสังเกตจุดร่วมของดีไซเนอร์ ขอออกตัวว่า หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือ "100 ผลิตภัณฑ์โคตรสร้างสรรค์ที่พลิกโลก/เทคโนโลยีขั้นสูง/ล้ำหน้าบ้าไปแล้ว" หรืออะไรแบบนั้น อย่างที่บอก ว่ามัน humble บางดีไซน์ ง่ายซะจนแทบไม่ได้ใช้เทคโนโลยีขั้นสุดยอดอะไรขนาดนั้นเลย ถึงแม้จะไม่ได้พลิกประวัติศาสตร์มนุษยชาติ อย่างเช่น fortune cookies, สัญลักษณ์ INY , ที่เปิดขวดไวน์ ฯ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า สิ่งเหล่านี้ได้เปลี่ยน the way we live ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง…
 
มีทฤษฎี Right / Left Brain ว่าคนไหนสมองข้างไหนถึงเป็นพวก analytic / artistic แต่เท่าที่สังเกตได้จากหนังสือเล่มนี้ คนที่สมอง analytic มากมายที่มีความเป็นดีไซเนอร์มากกว่าพวก so-called "Designer" ด้วยซ้ำไป…เราเชื่อว่า Scientist หลายคนก็สามารถเป็น Artist ที่ยิ่งใหญ่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมี background ด้านศิลปะก็ได้ (มิน่าเล่า พวกผู้ใหญ่เขาถึงอยากให้เด็ก ๆ เรียนสายวิทย์ เพราะคนเรียนสายศิลป์จะข้ามมามีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ค่อนข้างยากกว่าคนเรียนวิทยาศาสตร์จะข้ามไปเป็นคนสายศิลป์)…
 
ดีไซเนอร์เหล่านี้จะมีจุดที่เหมือนกันคือ  มองเห็นปัญหา –> ตั้งคำถาม –> หาวิธีแก้ปัญหา กล้าคิด Out of the box หรือ Inside the box แต่เปลี่ยนมุมมองในการมอง box นั้น –> กล้าลอง –> Action ลงมือทำ ทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่า –> บ้างก็ล้มเหลว –> แต่ไม่ท้อถอย อดทน ไม่ยอมแพ้  นอกจากนี้ยังมีอีก factor นึงคือ "ความบังเอิญ" ซึ่งได้ก่อให้เกิดดีไซน์เยี่ยมยอดมากมายมานักต่อนัก…ดีไซเนอร์ก็ไม่จำเป็นต้องเก่งขั้นเทพ เป็นวิศวกร จบดีกรีอาร์ต คนธรรมดาที่มีคุณสมบัติที่ว่าก็สามารถเป็นดีไซเนอร์ได้……

 

 

คนที่ทำอะไรที่มันง่าย แต่เปลี่ยนชีวิตคนอื่นได้ ช่างยิ่งใหญ่เสียจริง…
 
Design จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องใกล้ตัวเรามาก ๆ แต่มีดีไซน์มากมายที่ "เยอะ", "ไร้ประโยชน์" , "ไร้คุณค่า" สักแต่ว่าขอโชว์กึ๋น โชว์พาว ว่าข้าคือ "ดีไซเนอร์" จนคนจับต้องไม่ได้ อยากให้พวกที่สักแต่ดีไซน์เพื่อประกาศตน ทำให้มันยาก จนปีนไม่ถึงเพื่อแสดงว่า "เหนือ" หรือ บ้าบอไร้แก่นสารหาสาระประโยชน์อันใดมิได้ ไม่ทำให้สังคมดีขึ้น ไม่ได้กล่อมเกลาจิตใจให้อ่อนโยน/บรรเทาให้ดีขึ้น ไม่ได้ช่วยให้มนุษย์เข้าใจตัวเองได้ดีขึ้น ไม่มีประโยชน์แง่ใดต่อ "ชีวิต" จงหันมามองสิ่งที่เป็นแก่นแท้ของดีไซน์…นี่พูดในแง่คนที่ไม่ได้เรียนดีไซน์มา แต่เอียนพวกที่ว่านี้ว่ะ ขนาด product category นึงของญี่ปุ่นที่ดูเพี้ยน อย่าง ทิชชู่พกติดตัวแบบติดตั้งบนหัวไว้เช็ดตอนขี้มูกไหล , ที่กันไม่ให้สัปหงกโดนคนอื่นในรถไฟ ฯ ดีไซน์แย่ก็จริง แต่ความคิดพื้นฐานคือต้องการทำให้ชีวิตดีขึ้น เรายังเห็นว่าดีว่าพวก "ดีไซเนอร์" ที่ว่านั้นเลย
 
เราถึงชอบความเป็นญี่ปุ่นในแง่ที่ว่าเขา "คิด" เพื่อจะทำให้ชีวิตคนง่ายขึ้น และ "คิดเผื่อ" คนที่ไม่ใช่ core target ด้วยว่าจะใช้ดีไซน์ของเขาอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เราว่าดีไซน์ของญี่ปุ่นก็มีที่เจ๋ง ๆ ดี ๆ humble มากมาย เพียงแต่คนเขียนคงไม่เคยเห็น หรือไม่ มันก็ไม่ได้ อู้หู อ้าหา ล่ะมั้ง…
 
หมายเหตุ: ไม่ได้มีเจตนาจะดูถูกศิลปินในด้านอื่น ๆ เช่น จิตรกร, ดีไซเนอร์เสื้อผ้า , นักประติมากรรม หรือนักอื่น ๆ ที่เป็น pure art เพียงแต่ว่าเราชอบ product design มากกว่าเท่านั้นเอง อยากไปเรียน product design บ้างจังเลยหนอ…
This entry was posted in Books. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s