ฮ่องกง เมืองค้างคาว หนุ่มสาวผิวแตก ฉบับปฐมฤกษ์ @^_^@

ใกล้ปีใหม่แล้ว ขอให้ทุกคนมีความสุขกันถ้วนหน้านะจ๊ะ ส่วนตาลก็เหมือนเคย ว่างปุ๊บ ก็จับเครื่องบินไปเที่ยวซร้วบบบบ…เนื่องจาก M เพื่อนสุดที่เลิฟ เคยขอให้ไปอยู่ด้วยตอนช่วงคริสต์มาสเนื่องจากเหงาใจ หนาวกาย ก็เลยตกลงปลงใจ ง่าย ๆ อย่างงี้เลย..ไป..จบข่าว เจอกันที่ฮ่องกง ไปสี่วันเอง 24-27 ธันวา เพราะตั๋ววันที่ 28 เต็ม แล้วต้องกลับมาร้องเพลงปั๊มเงินวันที่ 29 บิน Gulf Air ราคาพอทน อาหารพอแหลกล่าย แต่แอร์เนี่ยแหลกไม่ลงฮ่ะ แทบจะแหลกหัวผู้โดยสารอยู่แล้ว …ประสบการณ์บินขาไป โอ้ว อย่าให้ said มีแก๊งค์อีเจ๊คนไทยเชื้อสายจีนล้งเล้ง เหมือนอยู่เยาวราชบ้านอี น้ำลายแตกฟองกันตรงม่านกั้นชั้น business คาดว่าหนังหน้าเจ๊ ๆ คงขึ้นสิว เนื่องจากน้ำลายบูด ๆ กระเซ็นอาบหน้ากันหมด เม้าท์กันเรื่องเมียน้อยเสี่ยนั่นนี่ ด่าอีนี่นั่น เจ๊แอร์เดินมาด่าว่ามึงคะ เบา ๆ หน่อย เจ๊เยาวราชด่ากลับ โอ้ว ถ้าเครื่องไม่ลงซะก่อน คงได้มีการแหลกตีงกันมั่ง ลงเครื่องมันยังเม้าท์ด่าไม่หยุด โอ้ย กรูปวดกบาล
 
นั่งถึงสถานี เอ๊ย สนามบินฮ่องกง เอ็มกะหมานหมั่นเพื่อนเอ็ม ไปรับ เราเอากระเป๋าใหญ่บึ้มที่เตรียมมาขนของช้อปปิ้งไปเก็บที่ Panda Hotel ฝั่งเกาลูนที่หมานหมั่นพักอยู่ เนื่องจากทำงานที่ฮ่องกงแล้ว apartment ยังไม่เรียบร้อยบริษัทเลยออกตังให้พักที่นี่ไปก่อน สบายกรู หุหุหุ…กว่าจะออกมาอีกทีก็ห้าโมงก่าแล้ว เอ็มพาไปจิมซาจุ่ย อากาศไม่หนาวเท่าที่คิด อุตส่าห์เอาโค้ต แจ๊คเก็ต นั่นนี่ไป คนเยอะมหาศาลเนื่องจากเป็น Christmas Eve ลงรถไฟใต้ดิน เข้าใจแล้ว ว่าคนฮ่องกงไม่สนใจใคร ไม่มีการลุกให้ใครนั่งไม่ว่าเด็กหรือคนแก่ ดู ๆ ไปก็นึกว่าอยู่เมืองฝรั่ง หนุ่มตี๋สาวหมวยกอดกันไม่อายฟ้าดิน มีจุ๊บ ๆ เลิฟ ๆ กันเห็น ๆ เดี๊ยนตาโต งงเต้ก culture ฝรั่ง overflow กันปานนี้ เรื่องของเรื่อง อิจฉา 555 คนใส่เสื้อโค้ตหนานุ่ม ขนเฟอร์สุดฤทธิ์ รองเท้าบู้ทครึ่งน่องกันทั้งเมือง คือดูหนาวกันมากอ่ะ ประมาณว่าเอาวะ กรูมีโอกาสใส่แค่ไม่กี่วัน ขอกรูหนาวนิดนึง อินกะแฟชั่นหน่อยเหอะวะ ไอ้เราเห็นแล้วก็กลัวเค้าเหงื่อออกจั๊กแร้ ขึ้น MTR เบียด ๆ จะเหม็นเอานา…
 
ไปเดิน ๆ ห้าง โอ้ย คนเยอะเกินไป ซื้ออะไรไม่ได้เลย ของกินก็แพง ไปรอดูการแสดงแสงสี Symphony of Light ริมฝั่งน้ำ คนล้านแปด เพราะปกติเค้าไม่มีไรทำกัน ได้แต่ช้อปปิ้ง art อะไร ก็ไม่ค่อยมี พอมีอะไรมากกว่าปกตินิดนึงก็จะแห่กันมาดู  ปิดถนนกันคนเดินให้รึ่ม นึกว่าเดินประท้วงไรกัน …ไฟนี่ก็ไม่มีไร  โด่ นึกว่าจะเจ๋ง ก็แค่ยิง ๆ ไฟ ปิ้ว ๆ ไปมาจากฝั่งฮ่องกงกะเกาลูน เปิดไฟที คนฮ่องกง เฮๆ กรี๊ด ๆ ตาลกะเอ็มมองหน้ากัน เอ่อ เป็นไรมากป่าวพี่…ง่อย…ไปดีกว่า แวะ Esprit Outlet ซื้อลูกชิ้นกินใน 7-elven ส่อง ๆ ดูของที่ DFS แพงกว่า Sasa อีก…ขำมาก เจอคู่รักคู่นึง พี่ผู้ชายคาดเข็มขัดและใส่รองเท้ากุชชี่ พี่ผู้หญิงใส่รองเท้า Coach หิ้วกระเป๋ากุชชี่ จูงมือกันดุ๊กดิ๊ก หิ้วถุง Chanel สีดำใหญ่บึ้ม..คุณเจ๊คนโน้น หิ้วถุง Marc Jacobs กะ Dior อื้อหือ คนฮ่องกงนี่ ใช้ของแบรนด์เนมทั้งนั้นตั้งแต่หัวจรดทีน ตั้งแต่เจ๊ป้าหน้าแห้งยันน้องหนูหน้าใสก็ใช้กันโม้ดดด มองไปทางนั้น หลุยส์ ทางนี้กุชชี่ แต่เมดอินเสิ่นเจิ้นรึเปล่า ก็อีกเรื่องนึง ร้านของแบรนด์เนมนี่ถึงกะต้องต่อคิวเข้าไปดูนะฮะ ทำเป็นเล่น ชักสงสัย ได้เงินเดือนกันเท่าไหร่เนี่ย…ที่นี่หาห้องน้ำเข้ายากอย่างแรง สกปรกด้วย คนเยอะเบียดกันประมาณว่าถ้าท้องอยู่ ก็คลอดได้เลย ไม่ต้องเบ่ง..ไม่ไหว ๆ กว่าจะเจอหมานหมั่นซึ่งตามมาสมทบทีหลังก็แทบอ้วก เราสามคนท้องกิ่ว เลยไปกินอาหารจีนที่ fusion restaurant เก๋ ๆ เสร็จแล้วก็ส่งเอ็มกลับเสิ่นเจิ้นโดยรถไฟ…
 
ตาลกะหมานหมั่นไปช้อปต่อที่ Sasa ร้านเครื่องสำอางโคตรถูกของฮ่องกง ต่อ Giordano and then ไป Bonjour ร้านเครื่องสำอางโคตรถูกอีกที่นึง เค้าเอาของพวก tester หรือของแถมเครื่องสำอางอันจิ๋ว ๆ มาขาย โอ้ แมนนน ถูกแบบ ถ้าไม่ซื้อจะเสียใจไปตลอดชีวิต Superdefense ของ Clinique 7ml ราคา 70 ถึง 130 บาท! ไซส์จริงประมาณ 30 หรือ 50 ml เนี่ยแหละ หลายพันบาท…ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นของปลอม เพราะเพื่อนหมานหมั่นทำงานอยู่บริษัท research และบอกว่า Sasa /Bonjour นี่เป็น distributor รายใหญ่ของแบรนด์เครื่องสำอางนี่เลย ขายกันให้กระหน่ำร่ำไห้ กระซิบว่า ราคาที่เกาลูน บางสาขาถูกกว่าที่ฮ่องกงอีกนะ ขอบอก น้ำหอม Bvlgari Extreme 50 ml ที่ King Power ขาย 2090 ที่นี่ขายพันสาม ! ตายดีกว่า…คาดว่ากว้านพวกน้องขวดเล็ก ๆ นี่มาขาย จะได้กำไรบาน…
 
ไม่ไหวแล้ว เหนื่อย คนเยอะ กระเป๋าเบา ต้องเก็บตังไว้ช้อปวันอื่นอีก กลับบ้านดีกว่า …ได้ข่าวว่าตอนนั้นเวลาตีหนึ่ง หนุ่มสาวฮ่องกงทั้งหลาย ยังเดินกันตรึม ไม่รู้ทำอะไร เดินอย่างเดียวหลายพันคน เราถึงตั้งชื่อว่า เป็นเมืองค้างคาว คาดว่าคงไม่ค่อยอยากกลับบ้านกัน เพราะบ้านก็เล็กติ๊ดเดียว คงอยากมาจู๋จี๋สวี๋วี่วีกะแฟนด้วย ขอถ่ายรูปกับพี่ตำรวจกันเป็นแถว ไม่เข้าใจ ทำไมฮิตเป็นตำรวจกันจัง แถมเป็นที่ชื่นชอบของประชาชน ไม่เหมือนตำรวจบางประเทศเนาะ แหลกใต้โต๊ะกันชิหาย ก็ดี ตอนหน้าหนาวหน้าไม่ลอก เพราะหนังหน้าหนา… 
 
วันต่อมาตอนเช้า ตาลกะหมานหมั่นไปกินโจ๊กฮ่องกง ถึงหมานหมั่นพูดจีนได้แต่ก็พลาด เดี๊ยนอยากกินโจ๊กหมูงะ พอมาถึง อ้าว เวง กลายเป็นโจ๊กใส่เลือดหมู มาเป็นก้อนเลย ขำซะ แต่อร่อยดี ตับก็หร่อยมากกก ใส่น้ำส้มสีแดง ๆ ที่คนฮ่องกงเค้ากินกัน Yummy! เสร็จแล้วเราก็นั่งรถเมล์ข้ามไปเสิ่นเจิ้น ใช้เวลาชั่วโมงก่า แล้วนั่งรถใต้ดินต่อนิดหน่อย พอข้ามไปจีน คนฮ่องกงที่ว่าแย่แล้ว คนจีนถ่อยกว่าครับท่าน ของเค้าแรงจริง ๆ  แซงคิว เบียดปาดหน้าซะงั้น หมานหมั่นเตือนไว้แล้ว ระวังกระเป๋าตัวเองด้วย เด๋วโดนขโมย หมานหมั่นเล่าว่าเคยโดนแซงคิวตอนจะเข้า immigration หมานหมั่นยืนรออยู่ไม่เหยียบเส้นเหลืองไง มันมาเลย ฟ้าบบบ แซงไปยืนเหยียบเส้นเหลือง งงดิ พอบอกว่า เฮ้ แซงได้ไงท่าน มันบอก อ้าว ก็ยืนไม่ตรงเส้นเองนิ แป่ว..บางทีเจอถ่อยกว่า ชนปึ้งกระเด็น เลยด่ามันว่าจะรีบไปตายเหรอ มันตอบกลับมาคร้าบบ ว่า "เออ" ตรึ่ง เอากะมันสิ มีทางเดียว ทำใจ…
 
โผล่จากรถใต้ดิน โอ้ พระเจ้าจอร์จ ตึกระฟ้าเต้มมม เมืองเจริญ คนไม่เจริญ amazing China เอ็มมารับที่สถานี ขอกำชับว่าเวลาข้ามถนน ถึงแม้ไฟเขียวให้คนเดิน ก็อย่าชะล่าใจ ต้องตื่นตัวตลอดเวลา เพราะคนที่นี่ขับรถเลวมาก เดี๊ยนว่าไม่ควรลงทุนติดตั้งไฟจราจร เพราะไม่มีใครดู อุบัติเหตุรถชนกันเป็นเรื่องปกติ ชนกันปึ้งงง ตำรวจจราจรโผล่มาป๊าบบบบอย่างมืออาชีพ เพราะชนกันตลอดเวลา คิดว่าธุรกิจที่น่าจะล่มจมคือธุรกิจประกันอุบัติภัย จ่ายกันเป็นง่อยแน่เอ็ง…เราไปเก็บของที่คอนโดเอ็ม ใหญ่โตโอ้หลั่นล้า 120 ตารางเมตร ในขณะที่ค่าเช่าเท่ากัน apartment หมานหมั่น ได้ที่เท่าแมวดิ้นตาย ตายได้ตัวเดียวด้วย…คอนโดเอ็ม ที่ว่างจัดไง เอาชิงช้าไม้ใหญ่บึ้มมาวางตากผ้า ฮ่วย…เราไปกินข้าวเที่ยงกันแถวบ้านเอ็ม หร่อยยย เสร็จแล้วตาลกะหมานหมั่นไปเดินดูเฟอร์นิเจอร์ ก็งั้น ๆ แล้วก็พุ่งไป Lou Hu แหล่งของก็อปแบรนด์เนมทั้งหลาย ระหว่างรอเอ็มเลิกงาน…
 
ไว้ค่อยมาต่อใน volume 2 … สวีดัด สวัสดี
This entry was posted in Travel. Bookmark the permalink.

One Response to ฮ่องกง เมืองค้างคาว หนุ่มสาวผิวแตก ฉบับปฐมฤกษ์ @^_^@

  1. เหมือนจ๋า says:

    ปีใหม่นี้มี่สิ่งดีให้สมหวัง เป็นแฟนกันรักมั่นมิห่างหายถึงชั่วดีก้อจะรักจนวันตาย ดีบ่สายให้ความรักพักอกเราคนมีคู่เชิดชูรักให้สดชื่น ทุกวันคืนบอกรักกันให้หมั้นหมายรักกันยืนอยู่กันยาวสุขสบาย ทุกข์สลายหายหม่นหมองครองรักเราปีใหม่นี้ไม่มีคู่ดูไม่เศร้า จะมัวเมาหนุ่มสาวใหม่ให้หลงใหลจะทุกข์จิตเพราะคนเข้าเลือกมากมาย ทุกข์ใจกายเพราะความรักปักอกเราปีใหม่นี้สวัสดีมีชัย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s