พฤศจิกาทมิฬ

นี่มันเดือนอะไรกันเนี่ย เป็นเพราะปลายปี หรือเพราะดวงก็ไม่รู้  วุ่นวายและเครียดชะมัด งานมหาศาล โปรเจคเร่งด่วนเยอะไปหมด ตอนนี้ทำงานคนเดียว เกือบ 10 functions แล้ว นี่แหละน้า ชีวิตไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ ถ้าคิดจะเป็นใหญ่เป็นโต ก็ต้องฝ่าวิกฤตไปให้ได้… ช่วงสองอาทิตย์ที่แล้วไม่ได้เงยหน้ามาหายใจหายคอเล้ย เจอโปรเจค audit 2000 outlets ภายใน 5 วันของยักษ์ใหญ่ในวงการน้ำเมาโลกเข้าไป หนอกแข็งปั้กขึ้นที่บ่าสองข้างเลยทีเดียว สายตาเริ่มพร่าเลือน สืบเนื่องมาจากการใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลามากกว่า 70 % ของเวลาในแต่ละวัน ทำงานวันละไม่ต่ำกว่า 13 ชั่วโมงติดต่อกันเกิน 9 วัน (ผิดกฎหมายแรงงานป่าวเนี่ย) กินข้าวเที่ยงตอนห้าทุ่มครึ่ง, ต้องใช้วิทยายุทธ์วางแผน, แก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่าง ๆ นานา, manage fieldstaffs หนุ่ม ๆ 20 คน (กริ๊บกริ้ววว), ทำงานเป็นอีนางพันมือแปดหมื่นตีนส์ เก้าลอเก้า…ประหนึ่งเป็น call center และ IT support…โทรศัพท์ 150 calls ภายในสี่วัน โอ้ แม่เจ้า…โปรเจคแชมพูแบรนด์ยักษ์กะลังมาจ่อคอหอย ด่วนอีกแล้ว ต้องเสร็จภายในสองอาทิตย์…โปรเจค General Trade & Modern Trade, โปรเจคแบรนด์มือถือที่ค้างคา และอื่น ๆ …โอ้ว ไม่เป็น Superwoman ก็ต้องเป็นแล้วล่ะค่ะ…เล่นเอาเหงื่อตกกีบ ป่วยไปเลย เยื่อบุจมูกอักเสบ ติดเชื้อทางเดินหายใจ หมอบอกใกล้ลงปอดแล้วครับ…ว้ากกก เพลา ๆ หน่อยโยม คนนะ ไม่ใช่เครื่องจักร โชคดีที่นายดี เป็นศรีแก่ตัว บรรยากาศการทำงานไม่มาคุ..แต่แค่นี้ก็ หัวระเบิด คอแหก ปอดกระจุย ตัวกระจายแล้ว …ท่องไว้ ทำงานมากไป อย่างมากก็ได้โล่ห์ ตายไปคนก็ลืม ไม่ได้โม้นะ ไม่ได้โม้…โดดร้องเพลงไปมากกว่า 4 คาบ ยังมีคอนเสิร์ตต้องไปร้องอีกวันเสาร์ที่ 9 ธันวา ร้องเพลง Crazy in Love & Lady Marmalade โอ้ว กูคะ ขอหายใจทางผิวหนัง…

อีกเรื่องที่ทำเอาซึม วี้ด ใจหายไปเลย…อาม่าเดินชนชั้นเหล็ก เล่นเอานิ้วก้อยเท้าขวาแหก ไปหาหมอกรุ๊บกริ๊บ ล้างแผลทีสองที ชีก็ไม่ยอมไปแล้ว บอกเปลืองตัง ดื้อเป็นที่สุด ป๊ากะม้าเลยต้องอาศัยภูมิปัญญาชาวบ้านเอายาโปะ และใช้ทักษะอดีตนักบาสพันผ้าเอาหน้ารอด…ไป ๆ มา ๆ ตีนส์บวมเป็นฮอบบิท ม่วงคล้ำตำตาบวมบานตำใจ เดินไม่ได้ซะงั้น…เมื่อคืนวันพฤหัสตอนเที่ยงคืน ชีร้องโอดโอย น้องชายกะพ่อต้องอุ้มไปโรงบาน(ล) หมอจับ admit โดยพลัน น้องโทรมารายงาน..อ้าว ไรวะ ไหงร้ายแรงขนาดนั้น อิชั้นก็เลยเครียด ด่ากราดทุกคน ว่าทำไมปล่อยไว้ขนาดนี้ อาม่าไม่ไปหาหมอ ก็ต้องอุ้มไปเลย ไม่ต้องรอ จะมารักษาแบบ OTOP กันแบบนี้ รับไม่ได้ อาเดี๊ยนก็ไม่ยอมให้ม่าไปตรวจเบาหวาน ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากให้ม่าอดอาหาร เปรี้ยงงงง…เหตุผลไม่เข้าตา โดนเดี๊ยนด่าไปอีกหนึ่งยก…เสร็จแล้วก็มานั่งก่นด่าตัวเอง เพราะกรูผิดเอง ที่ทำงานดึกดื่นหลายอาทิตย์ นอกจากทำให้ตัวเองไม่สบายแล้ว ยังไม่มีโอกาสได้ดูแลอาม่าสุดที่เลิฟ (กว่าพ่อแม่อีก) ถ้ารู้ก่อนหน้า ไม่มีวันปล่อยไว้อย่างงี้เด็ด ๆ  งงเงินอะไรเป็นเรื่องขี้หมา ปล่อยให้ม่าเจ็บปวดรวดร้าวนี่เรื่องบิ๊ก…เครียดไปอีกหนึ่งดอก 

ตอนเช้าไปทำงาน นายทัก ไฉนราศีหม่นหมองไม่ผ่องใส จะทักทำไม…เดี๊ยนพูดไปหนึ่งประโยค ต่อมน้ำตาแตก น้ำตาก็ร่วงเผาะ ๆ โทษตัวเองว่าทำงานไม่ลืมหูลืมตา เพราะโปรเจคบ้านี่แท้เชียว ไม่มีใครช่วยแถมเร่งชิบ กรูนี่ก็เสกให้เกิดได้ แต่กรูข้าปกป้องอาม่าไม่ได้…นายจึงรู้สึก guilty…ก่อนหน้านี้ไม่นาน ฮีบอกว่าจบโปรเจคนี้ คงต้องมาต่อโปรเจคมือถือที่ทำค้างอยู่ และมันคง disturb King’s Birthday หน่อยนะ…พอเกิดเหตุอาม่า เดี๊ยนเลยตอบเมล์ เอิ่ม นายที่รัก King’s BD is Father’s Day. เดี๊ยน consider it as family day นะฮะ และเดี๊ยน need time-off เพราะทำงานแทนควายมาหลายเพลา ขอตูข้าไปดูแลครอบครัวได้ทำหน้าที่ leader of my family บ้าง  เดี๊ยนจะไม่ทำงานวันหยุดค่ะ For your info จบข่าว…เช่นนั้น นายสุดที่เลิฟ ก็เข้ามาคุย ยูได้โปรดหยุดงานเถิด อาทิตย์นึงไปเลยก็ได้ ไอมี rising star ในออฟฟิศไม่กี่คน ไม่อยากให้ล้มไป…แต่เดี๊ยนรู้ดีค่ะ ว่าถ้าหยุดไปแบบนั้น โปรเจคอีกห้าล้านแปดสิบเอ็ดแสน จะไม่มีใครทำ เลยตอบฉาดฉาน…ไม่หยุดค่ะ…นายอึ้งกิมกี่..งั้นยูทำงานที่ออฟฟิศแค่ครึ่งวันนะ please แล้วไปทำงานจากที่บ้าน ไป๊ ไป๊…ไว้เดี๊ยนจะรับไว้พิจารณาค่ะ

อาม่านอนโรงบานมาหลายคืน ล้างแผลโน่นนี่นั่น ให้ยาแก้อักเสบทางสายยาง พอยาไปสู้กะน้องก้อยทีนส์ (นิ้วก้อยตีนน่ะค่ะ) ประหนึ่งสนามรบ Orks กะ Fellowship of the Rings อาม่าชักกระตุกด้วยความปวด ครวญครางหน้าเหยเก เดี๊ยนเห็นแล้วเจ็บจี๊ดที่ใจ…ดีที่ผลตรวจมาไม่เป็นเบาหวาน…แต่ก้อยทีนส์ดำไปครึ่งนิ้วแถมเหวอะ…รายงานข่าวล่าสุด หมอตัดสินใจให้ตัดนิ้วอาม่าชั้น เพราะเป็นเนื้อตาย ค่าใช้จ่ายการผ่าตัดอย่างต่ำสองหมื่นบาท ไม่รวมค่าหมอ ค่ายา ค่าห้องที่อยู่มาหลายคืน ค่าอีเจ๊พยาบาล ค่าบริการจิปาถะ…นิ้วอาม่าฉันจะหายไป โอ้ มายก็อด…ชีอายุเก้าสิบ จะมาเจออะไรเจ็บ ๆ ยาสลบอะไร ไม่ไหวนะคะ เจ็บนี้ชีก็รวดร้าวแล้ว คนแก่นะคุณ เกิดอะไรแทรกซ้อนขึ้นมา ไม่มีใครรับผิดชอบได้…อาเดี๊ยนจะหาลู่ทางย้ายไปโรงบานจุฬา ซึ่งเตียงหายากกว่าการหาฝาละมีของหญิงวัยทอง โอ๊ย เรื่องเยอะเหลือเกิน…อัญชลีปวดสมองจี๊ด ทำยังไงก็ได้ให้อาม่าฉันหายดี ชั้นไม่สนใจเงินทองของนอกกาย ช้อปปิ้งหลายหมื่นทำได้ กะอีแค่นี้ ชั้นไม่สนอยู่แล้ว …เครียดแล้ว หนอกกลับมาขึ้นบ่าอีก-รอบ จี๊ดกบาล แรงกายถดถอย แรงใจใกล้หมดถัง…ถอนหายใจเฮือก มันเดือนพฤศจิกาทมิฬหรือไร…November Tamil เวร…สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ขอให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีเทอญ สาธุ

This entry was posted in Life. Bookmark the permalink.

4 Responses to พฤศจิกาทมิฬ

  1. เหมือนเจี๊ยบ says:

    โอ๋ ๆๆ ยังไงก็ดูแลสุขภาพตัวเองด้วยเน้อ
    สุขภาพดี จิตใจเข้มแข็ง จะได้ทำอะไรที่อยากทำได้เยอะๆ

  2. Anchalee says:

    อัพเดท..เดี๊ยนสวมวิญญาณองคุลีมาล เก็บนิ้วอาม่าไว้ในกระปุกเรียบร้อย..ผ่านหยาดเหงื่อ หยาดน้ำตา กันหลายยก เฮ่อ..แต่ม่ายังอยู่ในโรงบาล มีอาการอื่นแทรกนิดหน่อย..ตอนนี้เดี๊ยนก็ย้ายสำมะโนครัวมาอยู่โรงบาลเรียบร้อย โชคดีที่มี air card มิฉะนั้นทำงานมิได้เลย สาธุ

  3. Chyu says:

    ขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีนะครับ มีเหตุการณ์ร้ายๆ ก็มักจะมีเหตุการณ์ดีๆตามมาเสมอ ขอให้กำลังใจดีไว้ก่อน เดี๋ยวอะไรๆก็ดีขึ้นเองครับ ดูแลตัวเองด้วยนะครับ

  4. Nalina says:

    สาธุด้วย….ขอให้อาม่าแกหายดีเร็วๆ ไม่เป็นโรคอื่นๆ แทรกซ้อนนะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s