จน เครียด (ซะเมื่อไหร่) เที่ยว

หลังจากตะลุยเที่ยวทั้งในและนอกประเทศอย่างบ้าคลั่ง, เกิดเหตุต้องซื้อ ipod ใหม่เพราะเครื่องเก่าเจ๊ง, อีกทั้งอยู่ในโหมด health & beauty ใช้เงินเพื่อสุขภาพและความงามทั้งหลายแหล่, งานราษฎร์ งานหลวงมากมาย…ในที่สุด โอ้ พระเจ้า มันมาแล้ว !  ฟี้ด ฟี้ ฟี้ ฟื่ด… มันคือ…มันคือ…เสียงกระเป๋าฟีบ  
 
ลองมาดูละครที่มีเค้าโครงจากชีวิตจริงของสาวในเอเจนซี่ชื่อดังแห่งหนึ่ง…
สถานที่ :  Tea Room ที่ The Erawan 
เวลา :   เที่ยง  ของวันสวย ๆ วันหนึ่ง      
mood & tone :  สาวเจ้ามีนัดทานข้าวเที่ยง รวม 4 คน สถานที่ cool ตกแต่งเดิ้น ๆ ไปนั่งสวย ๆ กัน นั่งซักพัก มาช่ากะกฤษณ์ก็เข้าร้านมาทานอาหารตามประสาคู่รัก
<กล้องตัดภาพกลับมา>   หมูปิ้งไฮโซมีทั้งหมดสี่ไม้ ! กระทงทองจานเล็ก มีอยู่ห้ากระทง เหมือนอาหารศาลพระภูมิ (แต่อร่อย) แกงกะหรี่ไก่ ยำส้มโอ และอื่น ๆ อีก 2-3 จาน น้ำมะตูม และ ginger ale 3 แก้ว  ทั้งสี่คนคุยกันตามประสา
<เพลงประกอบ Musical Broadway เรื่อง Cabaret ชื่อ Money Money ดังขึ้น กล้องซูมไปที่บิล> ทานเสร็จสะระตะ  (ยังไม่อิ่ม) พันหกร้อยกว่าบาท
<กล้องถ่ายจาก Bird Eye View ไปยังตึก Centralworld >  ทั้งสี่เดินข้าม Skywalk มาที่ร้าน Bonito ไอศกรีมแสนอร่อย สั่งคนละ scoop สาวหมวยเลือกรส Chestnut (ก็เกาลัดนั่นแหละ) จ่ายไปคนละประมาณห้าสิบบาท  (สาวหมวยแอบแว่บมากินร้านนี้ประจำเวลาต้องการน้ำตาล)
 
สถานที่ :  ตึก The Offices at Centralworld ชั้น 14
เวลา :   15.30 น.  
mood & tone :  ออฟฟิศของเอเจนซี่ชื่อดัง…สาวหมวยในชุดเสื้อคอปาดสีดำ กางเกงขาสามส่วนสีดำ สวมสร้อยระย้าแวววาวสีเดียวกัน รองเท้าส้นสูงหัวแหลมสีชมพูนั่งอยู่บนโต๊ะกว้าง ๆ สีขาว เกิดอาการอยาก…อยากกินของหวาน จึงออกจากออฟฟิศด้วยฝีเท้าอันเร่งรีบไปยัง Centralworld
<กล้องแพนตามไป> เห็นหลังไว ๆ  สาวเจ้าเดินไปยังชั้น 5 ห้าง Isetan แหล่งขนมญี่ปุ่น  อ้าว  ไวปานสาวญี่ปุ่นบนช้อปปิ้งสตรีท สาวหมวยกะลังยื่นจ่ายตัง 
<กล้องซูม >  Sun Moulin เค้กญี่ปุ่นครีมขาวนุ่มเนื้อสีนวลบางเบาสตอเบอรี่ฉ่ำลูกโตโปะอยู่ด้านบน  ราคาเค้กชิ้นละ 95 บาท ชีซื้อซะสองชิ้น  
<กล้องแพนไปด้านซ้าย >  ชูครีม สีน้ำตาลชิ้นโตหอมกรุ่นกลิ่นวานิลลา  ราคาชิ้นละ 30 บาท
ขากลับ ผ่าน Starbucks หยุดซื้อช็อคโกแลตร้อน Tall พร้อมวิปครีม  ราคา 95 บาท  (หลัง ๆ สาวหมวยใช้ไมโลที่ออฟฟิศทดแทน)
 
เวลา: 18:00 ของวันเดียวกัน
mood & tone :  เนื่องจากได้ voucher Thai Privilege Spa มาหนึ่งพันบาท ชีจึงกริ๊งกร๊างไปนัดเวลานวด Detoxifying Massage for Firming Skin ครั้งละพันแปด
เมื่อถึงเวลานัด หนึ่งทุ่ม จึงยุรยาทอย่างสบายอารมณ์ลงไปชั้น 3 ตึกเดียวกับออฟฟิศ เพื่อรับบริการนวด 
<กล้องแพน>  สถานที่ตกแต่งแบบไทยประยุกต์ คลอด้วยเสียงเพลงเบา ๆ  พนักงานต้อนรับปราดเข้ามาเสิร์ฟน้ำขิง
<กล้องตัดฉับ> สาวเจ้าจ่ายเพิ่มแปดร้อยบาท พนักงานแจ้งโปรโมชั่นนวดอโรมาครึ่งราคา  เลยฟาด voucher มาสองใบ พันแปด
 

เวลา: 21:00 

 

mood & tone :   สาวชุดดำหิ้วกระเป๋าดำเดินบน Skywalk เพื่อไปขึ้น BTS กลับบ้าน ด้วยอาการตัวเบา…และกระเป๋าเบา !  พลางคิดว่า ถ้ากรูใช้ชีวิตแบบนี้ทุกวัน กรูจะต้องหาลำไพ่พิเศษเป็นแน่แท้ 

ละครเศร้าเคล้าความสุข…ในวัน ๆ หนึ่งไม่ได้เกิดเหตุการณ์ขนาดนี้หรอก แต่ก็คล้าย ๆ ล่ะนะ…หาที่กินข้าวเที่ยงลำบากจริงจริ๊ง..เมื่อวานไปกินข้าวที่พารากอน ขอโทษ ก๋วยเต๋วเป็ดชามละสี่สิบ ไม่อิ่ม เลยฟาดโจ๊กหมูใส่ไข่ไปอีก แม่เจ้า ชามละหกสิบ ที่แลกมาร้อยนึง หมดเลย ยังไม่ได้ซื้อน้ำเลยนะเนี่ย..มื้อนึงแถวนั้น ไม่ต่ำกว่า 70 บาท สงสัยต้องเอาปิ่นโตไป
 
จริง ๆ ก็ไม่เรียกว่าจนหรอก แต่มันมาถึงเส้นแดงของตัวเองแล้วล่ะ ไม่รู้เหมือนกัน ว่าเงินมันมาจากไหนให้ได้ใช้อยู่เรื่อย (ฟังแล้วอย่าหมั่นไส้เล้ย รู้สึกอย่างงั้นจิงจิ๊ง) มันก็เลยใช้อย่างเมามันส์ แต่ช่วงหลัง ๆ เอ๊ะ เงินในบัญชีชักจะร่อยหรอ…จะเรียกว่าไร้สาระรึเปล่า…ก็ไม่เชิง อาจเป็นเพราะตาลรู้สึกมีความสุขก็ได้นะ  ทั้งหลายทั้งปวงคงมาจากแฮปปี้ที่ทำงาน…นายดี ไม่มาจุกจิกจี้ micro manage อย่างที่เก่า ให้ freedom สุด ๆ แล้วตาลก็ดูแล unit นี้อยู่คนเดียว report ตรงกับเค้า challenging และ อิสระ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน…ทำงานอยู่เย็น ๆ ซักห้าหกโมง ตรึ่ง…MD เดี๊ยนค่า ประกาศกร้าว…ใครจะกินเบียร์บ้าง…แล้วก็ไปซื้อมาแจกให้ staff ซดโฮกในออฟฟิศซะอย่างนั้น มีจัด Chippy & Dippy ในเย็นวันศุกร์ที่ว่าง ๆ กันมานั่งกิน snacks กับดื่มเบียร์ ดื่มโน่นนี่ในห้องประชุม อาไรวะ..เออ ดี…ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ ปฏิญาณตนไว้ว่าจะ balance ชีวิต ไม่เอาแล้ว ที่เอางานกลับมาทำถึงตีหนึ่งตีสอง มาเครียดเรื่อง politics ในออฟฟิศ…ตอนนี้เลยออกจากออฟฟิศเร็ว หกโมง หกโมงครึ่ง ก็กลับละ ถ้างานไม่เร่ง  (หลายคนอาจบอกว่า เร็วแล้วเหรอวะนั่น  ต้องเข้าใจนิดนึงนะฮะ ว่านี่ชีวิตคนเอเจนซี่นะเฟ้ย แค่นี้ก็หรูจะตายแล้ว) แล้วก็ไปใช้ชีวิตให้ beautiful…ไปนวดตัว นวดหน้า ทำสวย ผ่อนคลายสบายและ healthy สุด ๆ  ไปดูหนัง  ฟังเพลง…ตกเสาร์ อาทิตย์ ไปนั่งแช่ที่ "บ้าน"  (อ่านเกี่ยวกับ "บ้าน" ได้ที่ blog My house called "HOUSE") หรือลิโด้ ดูหนังที่ชอบ ไปว่ายน้ำ ช้อปปิ้งโน่นนี่ที่สยาม สวนลุมไนท์…ไปแฮงในร้าน Kinokuniya ที่พารากอน ได้หนังสือติสท์ ๆ ดี ๆ จากร้านติดไม้ติดมือมาทุกครั้ง  นั่ง chill chill อ่านหนังสือในร้านสวย ๆ  ซื้อซีดีเพลงมาฟัง…ความสุขมันมาพร้อมกับการลอยไปของเงินในกระเป๋า       ดีนะที่เด๋วนี้ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวกลางคืน เผาเงิน เผาตับ ไม่งั้นล่ะ ฮึ้ย (แต่ถ้าใครชวน แล้วว่างและอยากไป ก็ไปนะ )…
 
งานราษฎร์ งานหลวง ที่ขาดไม่ได้ก็เยอะทีเดียว…งานแต่งเนี่ย เป็นอะไรที่เปลืองสุด ๆ  ปีนี้เพื่อนแต่งงานตรึม ปลายปี ทั้งเพื่อนมาแตร์ เพื่อน MIM อีกไม่ต่ำกว่า 5 งาน ปีนี้ล่อไปเป็นสิบงาน เอื๊อก…หม่อมบอกว่าเสียเงินไปกะการนี้เยอะเหมือนกัน ดีนะเพื่อนไม่แต่งงานกันเอง ไม่งั้นเสียเงินสองเท่า เออ จิง……งานศพอีก บางงานตาลต้องบินไปร่วมงานที่ต่างจังหวัด แต่ไปด้วยใจจิง ๆ …เด๋วช่วงปิยะ ก็ไปเที่ยวชุมพร…เงินที่จ่ายให้ออฟฟิศไปก่อนค่า air card 12,500 บาท…
 
ยังมีโปรเจคจะใช้เงินอีกเยอะแยะ…เด๋ว 14 ตุลา วันเกิดน้องชาย, จะไปสมัครเรียนภาษาฝรั่งเศส, สัปดาห์หนังสือปลายเดือนตุลา (หรือต้นเดือนพฤศจิหว่า) ซึ่งปกติจะกว้านซื้อหนังสือเยอะมาก หิ้วและลากจนแขนจะขาด ไม่ต่ำกว่าแปดพันบาท, จะซื้อเตาอบไมโครเวฟมาให้ที่บ้าน จะเอาโถส้วมอันใหม่+ ประตูห้องน้ำมาติดให้ที่บ้าน (รู้สึกเหมือนหัวหน้าครอบครัวเลยแฮะ)  จะซื้อกล้องถ่ายรูป, มีโปรแกรมทำสวยอีกสองโปรแกรมที่ยังลังเลอยู่ (ไม่ใช่ศัลยกรรมย่ะ), แม่จะให้จ่ายค่ารักษารากฟันให้ , ซีดีเพลง + DVD คอนเสิร์ต หนูมิ Mika Nakashima ซึ่งหาในเมืองไทยย้ากกกมั่ก ต้องสั่งจากญี่ปุ่น และอย่างที่รู้ แพงสะบัด,  ยังมีวันหยุดยาวอีกสองช่วง  วันพ่อ กะรัฐธรรมนูญ คงไปต่างจังหวัดอีก…ว่าจะพาที่บ้านไปเที่ยวต่างจังหวัดช่วงปลายปี อาจเป็นภูเก็ต คาดว่าคงต้องเป็นคนจ่ายเงินให้ ได้ข่าวว่าค่าเครื่องบินแพงนะฮะ ซึ่งถ้ามากไปคงไปหัวหินเหมือนเดิม…อาม่าอยากไปฝรั่งเศส ไปเยี่ยมญาติ (ได้ข่าวว่าชีอายุเก้าสิบแล้ว แรงมะล่ะ) จะให้เราไปกะม่า ก็คุยไม่รู้เรื่อง แม่คงต้องไปด้วย และอีหรอบเดิม เดี๊ยนต้องเป็นคนจ่ายเงินฮ่ะ … 
 
โอ้ย…ต้องหาลำไพ่พิเศษซะแล้ว  ใครมีงานจะให้แปล หรือไปร้องเพลง หรืออะไรที่คิดว่าตาลทำได้ ก็บอกมาเลยนะฮะ ถ้าถูกศีลธรรม และตารางว่างจะทำหมดเลย (ยังมี "ถ้า" อีกนะ)  ตอนนี้ก็เซิร์ฟ ๆ ไปร้องเพลงที่ Molly Bar, RCA เพิ่มละ….
 
จน  เครียด (ซะเมื่อไหร่)  เที่ยว !!!!    
This entry was posted in Life. Bookmark the permalink.

One Response to จน เครียด (ซะเมื่อไหร่) เที่ยว

  1. Krikkiat says:

    ไม่มีงานให้ทำหรอก…จนเหมือนกัน…กรอบซะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s