My house called “HOUSE”

ตาลมีบ้านใหม่แล้วค่ะ บ้านชื่อ HOUSE…จิง ๆ นะ ไม่ได้กวน HOUSE บ้านใหม่กลางใจเรา…สุขสงบ อบอุ่น กระตุ้นต่อมติสท์ มีชีวิตชีวา เริงร่าท้าน้ำท้าแดด แวดล้อมด้วยเพื่อนร่วมโลก(ใบน้อย)…จะว่าไปก็ไม่ใหม่หรอกนะ ย้ายไปอยู่ HOUSE มาเป็นปีละ แต่ไม่ได้มา share ให้ใครฟังเท่าไหร่ เพราะอยากเก็บไว้ให้คนสนิท ๆ ได้ไปเยี่ยมเยียนมากกว่า…หลายคนคงเคยไปเยี่ยมแล้วล่ะ  แต่ถ้าใครไม่เคย ก็ตามมา…
 
HOUSE บ้านน้อยคอยรักของเราอยู่ที่ RCA …เหมาะมั้ยล่ะ ขาแดนซ์อย่างเรา ออกจากบ้านปุ๊บ drink & dance ได้เลย…(เล่าด้วยเสียงแบบเด็กขี้อวด) บ้านเรานะ มีจอหนังใหญ่บึ่ม  มีตั้ง 2 ห้องแน่ะ..หิวเหรอ สั่งอาหารเลย เด๋วเค้าก็ยกมาให้ แถมมีห้องนั่งเล่น โซฟาหรู ๆ ตกแต่งสไตล์ยุโรป ในห้องหนังสือเกี่ยวกับหนังให้อ่านเพียบ..ห้องรับแขกเราจัดแบบ minimalist มี wallpaper เก๋กู้ด แขกไปใครมา ก็เซ็นต์ชื่อไว้ทั้งนั้น..อยากออนไลน์ก็มีคอมให้เล่น 3 เครื่อง สบายบรื๋อ…แต่บ้านเราแอร์หนาวหน่อยนะ คราวหน้าถ้ามาก็พกเสื้อกันหนาวมาด้วยล่ะ จะหาว่าไม่เตือน…อยากดื่มกาแฟ chill chill ก็มี starbucks ตรงข้ามบ้าน..อยากซื้อของกิน ก็แวะ Tops Supermarket ใต้ถุนบ้านเราได้นะ..เจ๋งป่ะล่ะ
 
อิอิอิ เพ้อเจ้อ..มีบ้านหยั่งงี้จิง ๆ ก็ดีจิ…เรื่องของเรื่องคือวันนี้เพิ่งไป "บ้าน" มา ดูหนังคนเดียวไป 6 เรื่องรวด เป็นเวลาตั้งแต่บ่ายสามจนถึงสามทุ่มครึ่ง พักระหว่างเรื่องแค่ 5 นาที จะฉี่ทีรีบแทบตาย ต้องซื้อหนมปังมานั่งกินหน้าโรง แต่โดนมาก แฮปปี้สุดขีด เพราะได้อยู่กับตัวเอง เฮ็ดในสิ่งที่ชอบ (อย่าคิดมาก แค่เลียนแบบเรื่อง 15 ค่ำ ที่บอกว่า เชื่อในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ..อย่าแปลเป็นอย่างอื่น)  ทั้ง 6 เรื่องนี้เป็นหนัง cult (อยากรู้คำแปล search google เอาเองละกัน) หลอน ๆ ป่วยแบบขำ ๆ ในเทศกาลหนัง Japanese 6 ซึ่งสร้างมาจากการ์ตูนสั้นของเจ้าพ่อการ์ตูนเขย่าขวัญสั่นประสาทชื่อ คาสุโอ อุเมสุ (Kazuo Umezu) จัดขึ้นระหว่าง 18-24 พ.ค..ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกว่าการ์ตูนไหน  พอดูไตเติ้ลเทศกาลหนัง ถึงบางอ๋อเลย เพราะเค้าเอาตัวอย่างการ์ตูนมาแปะให้ดูด้วย เชื่อว่าหลายคนต้องเคยดู (ลองดูลายเส้นการ์ตูนก็รู้) ..เรื่องนึงก็ประมาณชั่วโมงนึง ถ้าอยากหลอนเรื่องเดียว ก็ 50 บาท หลอนทั้งวันก็ 150 บาท กี่เรื่องกี่รอบก็ได้ คุ้มจะตาย เลือกที่นั่งตามสะดวกในโรง…อ้อ แต่มันฉายจาก DVD นะ  
 
ผู้กำกับมีหลายคน ซึ่งบางเรื่องก็เหมือนโฮม วีดีโออ่ะ ไม่รู้จะบรรยายยังไง คือปกติหนังโรง ภาพมันจะสวย ๆ เบลอ ๆ ใส่ effect หน่อย แต่อันนี้มันชัดแจ๋วแหนว เหมือนไม่มีฟิลเตอร์อะไรใด ๆ ถ่ายด้วยกล้อง handy cam ป่าวฟะ…แต่ละเรื่องมีจุดขาย/จุดด้อยแตกต่างกัน บางเรื่องดูไป ขำก๊าก จิง ๆ นะ คนในโรงก็ขำ ทั้งที่เป็นหนังหวีดเนี่ยแหละ.. ที่ชอบที่สุดคงเป็นเรื่อง  The Wish  ภาพสวยแบบหลอน ๆ  มุมกล้องเจ๋ง มีข้อคิดลึก ๆ เด็กที่เป็นตัวเอกเล่นดี..บางเรื่องทำเอางง ว่ามันเป็นหนังสยองตรงไหนฟะ (จะว่าไป เราก็ไม่เคยสยองกะหนังซักเรื่องอยู่แล้วอ่ะนะ เหอ เหอ เหอ) แต่ก็บันเทิงดี..ดูแล้วสะท้อนชีวิตคนญี่ปุ่นเลย ภรรยาเป็นเบี้ยล่าง ครอบครัวไม่ค่อยมีปฎิสัมพันธ์กันเท่าไหร่ เด็กต้องไปเรียนพิเศษกันตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยก เด็กเข้ากับคนในห้องเรียนไม่ได้ ชีวิตฉาบฉวยนะ ญี่ปุ่นเนี่ย
 
เฮียอุเมสุนี่ ตัวจริงแกหน้าตลกมากเลย ดูบ๊อง ๆ หน้าเหมือนอาแปะขายกระดาษ ไม่น่าเชื่อว่าเป็นราชาหนังหยองของญี่ปุ่น แต่หน้ากะตัวแกเหี่ยว ๆ พอทำหน้าว๊าก ๆ (แบบอ้าปาก เกร็ง ๆ แบบหนังผีอ่ะ) ก็น่ากลัวอยู่  คนชอบพี่แกเยอะมากเลยนะ ทำเป็นเล่นไป อยากหาการ์ตูนแกมาอ่านอีก ได้อารมณ์ก่าเยอะ …
 
เทียบกับโรงหนังอื่น ๆ จะพูดไงดีจะได้ให้เห็นภาพชัด ๆ …
พารากอน ซีนีเพล็กซ์ …เหมือนคฤหาสน์หลังโตของเศรษฐีใหม่ ที่ไม่ค่อยใช้ชีวิตอยู่ที่ "บ้าน" มันก็เลยไม่อบอุ่น ไม่ค่อยมี "จิตใจ" เรียกว่าเอาไว้รับแขก มีไว้ให้ โอ้ว ว้าว เชิดหน้าชูตาว่าข้าหรูนะเฟ้ยเฮ้ย กว้างขวางโอ่โถง มีห้องฟิตเนส โบว์ลิ่ง คาราโอเกะ ทีวีจอยักษ์ สระว่ายน้ำ สารพัดสารพัน คนรับใช้เป็นสิบ สำหรับพวกที่รักสบาย เสียเงินไม่ว่า เสียหน้าข้าไม่ยอม คนในบ้านเชือดเฉือนกันด้วยวาจา บางทีคุณลูกคะ คุณลูกขา แต่เป็นพวก dictate ชีวิตลูก เชื่อคุณแม่สิคะ ดื้อเด๋วตบ อุ๊บส์.. 
 
เมเจอร์…เหมือนคอนโดของบริษัทอสังหาเครือใหญ่ที่ผุดขึ้นเป็นดอกเบี้ย เอ้ย ดอกเห็ด ที่แข่งกันขาย ลงโฆษณาสวย ๆ แต่เอาเข้าจริงก็เป็นห้องแคบ ๆ พอใส่ตู้ โต๊ะ เตียง ระเบียง เตา ได้  มีโลเคชั่นใกล้บ้านให้เลือก สวยก็สวยอยู่หรอก แต่ค่าใช้จ่ายจิปาถะเยอะชะมัด ต้องมานั่งตกแต่งเพิ่มอยู่นั่นแล้ว อยากได้ Garden View เหรอคะ จ่ายเพิ่มสิคะพี่ อยากได้ห้องใหญ่กว่านี้ ได๋ค่ะ เงินมาผ้าหลุด..เอ้ย..เพิ่มเงินซักนิด ชีวิตแจ่มใส ตังค์มาเด๋วหนูจัดให้ เป็นไงล่ะ พอฟองสบู่แตก เล่นสงครามราคาซะงั้น ถือว่าข้าใหญ่สายป่านยาวเฟ้ย ลูกค้าข้าไม่สน จ่ายตังแล้วนิ ไม่เอาก็ไปข้างหน้าโน่น
 
อีจีวี…เหมือนโครงการทาวน์เฮ้าส์ที่เริ่มเก่า ที่แถกเหงือกสู้พวกคอนโดสมัยใหม่เลือดตาแทบกระเด็น พยายามหาจุดขายใหม่ ๆ มาล่อ แต่ก็จับไม่ตรงจุดซะที ลดราคาก็แล้ว ชิงโชคก็แล้ว เสี่ยเจ้าของโครงการเลยต้องส่งลูกไปเรียนเมืองนอก ให้มาช่วยป๊าหน่อยเหอะตี๋ แต่ตี๋ยังเรียนไม่ทันจบ ป๊าสู้เศรษฐกิจไม่ไหว เลยต้องดอดไปขายให้กับไอ้เจ้าของโครงการอสังหาที่ว่ามาข้างบน  พอตี๋กลับมา ตี๋บอกว่า สมัยนี้มันต้องโมเดิร์นแล้วป๊า เลยต้อง renovate ซะยกใหญ่ เอาเฟอร์นิเจอร์แนว ๆ มาตกแต่ง ก็ไม่รู้จะไปได้ซักกี่น้ำ
 
เอสเอฟ…เหมือนบ้านเอื้ออาทร ตีท้ายครัวพวกที่ว่าข้างบนนั่น จุดขายที่ราคาถูก ขวัญใจคนเบี้ยน้อย แหม ก็พวกบริษัทอสังหาใหญ่ ๆ ชอบบีบพวกค่ายหนัง เอ้ย ผู้รับเหมา ถือว่าข้าใหญ่ อานิสงส์ก็เลยตกอยู่กับโครงการบ้านเอื้ออาทร เพราะก็สร้างหลายหลังอยู่เหมือนกัน ผู้รับเหมาเลยเอาวะ ฐานลูกค้าก็ไม่ใช่น้อย แต่อย่าหวังอะไรมาก ตกแต่งน่ะไม่มีเท่าไหร่หรอก เปิดประตูห้องแล้วชนเตียงเลย พยายามสู้ซึ่งหน้าตัดราคาแล้ว ดิสเครดิตก็แล้ว แต่ยังเลือดซิบ ๆ อยู่เลย รีบตั้งหลัก เด๋วจะโดนรุมนะตัวเอง
 
เอเพกซ์ (สยาม ลิโด้ สกาลา)…เหมือนบ้านผู้ดีเก่า ร่มรื่น อบอุ่น ที่ได้ก่อสร้างแต่งเติมระเบียง ห้องหับใหม่  คงบรรยากาศและเอกลักษณ์ตระกูลไว้ แต่ก็นะ เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ ไอ้โครงการมันก็โอบล้อมมาเยอะเหลือเกิน ความเจริญใหม่ ๆ มันเข้ามาทำลายบรรยากาศไปบ้าง  แต่ก็ยังพยายามดิ้น ปรับปรุงบ้านให้ยังศิวิไลซ์ เปิดบ้านหลังหนึ่งเป็นร้านอาหารเก๋ ๆ ซะเลย สู้โว้ย..
 
เฮ้าส์…เหมือนบ้านเดี่ยวหลังเล็ก ๆ สไตล์ยุโรป มีห้องใต้หลังคา เตาผิงอุ่น ๆ สวนเล็ก ๆ อยู่ชานเมือง ไว้สำหรับพักผ่อนหย่อนใจในวันหยุดสุดสัปดาห์  ขับรถแป๊บเดียวถึง ถึงแม้ไม่ได้อยู่ทุกวัน แต่ก็เจ้าของก็รักที่จะตกแต่งมันเรื่อย ๆ ให้สะท้อนถึงจิตใจและสไตล์ ชวนเพื่อนฝูงมา vacation ลั้ลลา  เสียแต่บางทีไฟฟ้า ประปามันก็ดับ ๆ ติด ๆ ไหล ๆ หยุด ๆ บางคนก็ไม่อิน แถมมาว่า ๆ เอ็งจะมีเตาผิงทำพรือ เมืองไทยเค้าไม่ใช้ก๊านนน
 
เป็นไง…เห็นภาพมั้ย?
 
ที่เราชอบ "บ้าน" นี้ ถึงแม้ไปดูคนเดียวซะเป็นส่วนใหญ่ เพราะบรรยากาศ..คนประเภทเดียวกัน …independent ชอบหนัง indy เดินตรงแหน่วเข้าโรง ไม่พูดไม่จา แต่สบตากันก็รู้ใจว่า เฮ้ย ข้ากะเอ็ง คอเดียวกัน..อีกอย่างเพราะ "หนัง" บางที่ไม่มีฉาย ถึงบางที่จะฉาย แต่ "บรรยากาศ" มันไม่ได้  เป็นหนังที่ดูแล้วหัวเราะร่า น้ำตาริน เสียดสีชีวิตสุขสันต์บัดซบ โอ๊ย เจ็บจี๊ด ๆ  ,หนัง drama สุดขั้ว, หนังนะยะ เกย์รักกัน เลสเบี้ยน ฉันรักเธอ มันหนักหัวอะไรใคร (วะ), หนังหวีดหยอง, หนังที่ดูแล้วแบบ "โอ้ แม่เจ้า พี่คิดมุขนี้ได้ไง เจ๋งระเบิดขอเทิดทูน"  หนังต่างชาติที่ไม่ใช่ฮอลลีวู้ดจ๋า ถึงเป็นฮอลลีวู้ด ก็ไม่จ้ะ ไม่ตลาดรับประทาน เนี่ย เด๋วโปรแกรมหน้าจะมีหนังเพลง ฉายเฉพาะที่บ้านเรา  อีกอย่างบ้านเราเปิดถึงเกือบเที่ยงคืนแน่ะ ไว้เจอกันนะ … 
อ้อ ใครอยากไปดู Japanese 6 ดูเรื่องย่อได้ที่นี่  http://www.houserama.com/shownews.php?no=000233
This entry was posted in Entertainment. Bookmark the permalink.

5 Responses to My house called “HOUSE”

  1. เหมือนเจี๊ยบ says:

    เขียนได้ดีขึ้นเรื่อยๆ เลยนะ กะลังคิดว่าแกควรจะไปเป็นนักเขียนลงนิตยสาร แต่คิดไปคิดมา คงจะหาคนตีพิมพ์ขายในที่สาธารณะให้แกยากหน่อยนะ เล่นกระแทกโดนเขาไปทั้งวงการหยั่งงี้เนี่ย แต่ว่า can\’t agree more!
     
    เอาเป็นว่า ไว้โอกาสหน้าจะไปเยี่ยม -บ้าน- แกอีก หนัง indy น่ะชอบอยู่ แต่ไม่ชอบหนังหวีด ชั้นดูหนังแล้วอินน่ะ หนังอะไรก็อิน หนังหวีดเนี่ยพออินแล้วมันก็เหนื่อยและเครียด (และสยอง) ไง มันเปลืองพลังงาน ตอนนี้ต้องใช้พลังงานอย่างประหยัดเพราะงานหนัก จะให้มาดูหนัง คิริ คิริ คิริ นี่ ขอผ่านเจ้าค่ะ
     
    แค่ดู Match point ก็ใช้พลังงานเยอะละ แล้วอย่าลืมไปดูหนังตลาดๆ a must see อย่าง The Da Vinci Code หล่ะ สุดยอดด เสียดายใช้ computer graphic เยอะไปหน่อย บางจังหวะก้เล่นเอาเสียอรรถรสทีเดียว รวมๆแล้วก็ดีสมกับที่รอดู!

  2. Krikkiat says:

    หึ หึ หึ เห็นภาพชัดเจนมาก เปรียบเทียบได้ฮา สุด ๆ

  3. warangkana says:

    เจ๊ ไม่สนใจเขียนหนังสือขายเหรอ น่าจะรุ่งนะ

  4. 111 says:

    ว้าวววว …!!
    มิสเบลอเหรอ…? เขียนน่าอ่านดีจังงงง …. แปะไว้ก่อนนะ เดี๋ยวตามมาอ่านละเอียดๆ 🙂 เขียนเยอะดีจัง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s